เว็บไซต์ของคุณช้า นี่คือสิ่งที่ผิดจริง ๆ - CLEARPATH
CLEARPATH [BKK]
มกราคม 2026 • อ่าน 7 นาที

เว็บไซต์ของคุณช้า นี่คือสิ่งที่ผิดจริง ๆ

เว็บไซต์ที่ช้าไม่ได้แค่น่ารำคาญ มันแพง ทุก ๆ วินาทีที่ล่าช้าทำให้คุณเสียลูกค้า Google ลงโทษเว็บที่ช้าใน search ranking ผู้ใช้กดออกก่อนที่จะเห็นว่าคุณขายอะไร

แต่การบอกว่า "ให้มันเร็วขึ้น" ไม่ได้ช่วยอะไร นี่คือการวิเคราะห์ทางเทคนิคว่าอะไรทำให้คุณช้าจริง ๆ และจะแก้แต่ละปัญหายังไง

วิธีทดสอบความเร็ว

ก่อนจะแก้อะไร ต้องวัดก่อน:

  1. Google PageSpeed Insights (pagespeed.web.dev) - ฟรี ให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจง
  2. GTmetrix (gtmetrix.com) - วิเคราะห์ waterfall ละเอียดกว่า
  3. WebPageTest (webpagetest.org) - ทดสอบจากหลายสถานที่

ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องดู:

#1: รูปภาพขนาดใหญ่เกินไป (พบบ่อยที่สุด)

นี่คือสาเหตุอันดับ 1 ของเว็บช้า มีคนอัปโหลดรูป 5MB จากกล้องตรง ๆ แล้วหน้าเว็บโหลดรูป 4000x3000px เพื่อแสดงที่ขนาด 400x300px

วิธีตรวจสอบ:

  • PageSpeed แสดง warning "Properly size images"
  • รูปภาพมีขนาดมากกว่า 100KB ต่อรูป
  • URL ของรูปลงท้ายด้วย .png หรือ .jpg แทน .webp

วิธีแก้:

  • ปรับขนาดรูปให้เท่ากับขนาดสูงสุดที่จะแสดง
  • แปลงเป็น WebP format (เล็กกว่า JPEG 30-50%)
  • ใช้ responsive images (srcset) สำหรับขนาดหน้าจอต่าง ๆ
  • Lazy load รูปภาพที่อยู่ใต้หน้าจอ
  • ใช้ CDN ที่มีการปรับแต่งรูปอัตโนมัติ (Cloudflare, Vercel)

ผลลัพธ์: มักทำให้เร็วขึ้น 50-70%

#2: Hosting แย่

Shared hosting ราคาถูกหมายความว่าเว็บคุณแชร์ทรัพยากรกับเว็บอื่นร้อย ๆ เว็บ เมื่อเว็บอื่นมี traffic เยอะ เว็บคุณก็ช้า

วิธีตรวจสอบ:

  • Time to First Byte (TTFB) มากกว่า 500ms
  • ความเร็วแปรปรวนมากในช่วงเวลาต่าง ๆ
  • Server อยู่ไกลจากผู้ใช้ (server ในอเมริกาสำหรับผู้ใช้ไทย)

วิธีแก้:

  • ใช้ CDN (Cloudflare ฟรีและ cache ในสิงคโปร์/กรุงเทพ)
  • อัปเกรดเป็น hosting ที่ดีกว่า (DigitalOcean, Vultr หรือ managed WordPress)
  • สำหรับ static site: deploy ไปที่ Vercel, Netlify หรือ Cloudflare Pages (ฟรี เร็ว)
  • เลือก hosting ที่มี server ในเอเชีย

ผลลัพธ์: สามารถลด TTFB จาก 800ms เหลือ 100ms

#3: Request เยอะเกินไป

ทุก file (CSS, JS, รูปภาพ, font) ต้องใช้ HTTP request แยกกัน ยิ่ง request เยอะ = ยิ่ง latency เยอะ บาง WordPress site ทำ 100+ request ต่อหน้า

วิธีตรวจสอบ:

  • Network tab ใน browser dev tools แสดง 50+ requests
  • มี CSS และ JS หลาย file โหลดแยกกัน
  • มี request ไปยัง third-party domain หลาย ๆ ที่

วิธีแก้:

  • รวม CSS/JS files (minify และ bundle)
  • ลบ plugin และ script ที่ไม่ใช้
  • Host font เอง แทนที่จะโหลดจาก Google Fonts
  • ใช้ image sprite หรือ inline SVG สำหรับ icon
  • ตรวจสอบ third-party script (analytics, chat widget, โฆษณา)

ผลลัพธ์: การลดจาก 80 เหลือ 20 request สามารถประหยัดเวลาได้ 2+ วินาที

#4: Render-Blocking Resources

CSS และ JavaScript ใน <head> ทำให้หน้าเว็บไม่สามารถ render ได้ browser รอให้พวกมันโหลดเสร็จก่อนที่จะแสดงอะไร

วิธีตรวจสอบ:

  • PageSpeed แสดง "Eliminate render-blocking resources"
  • หน้าจอขาวเปล่า 2+ วินาทีก่อนที่จะมีอะไรปรากฏ

วิธีแก้:

  • ย้าย JS ที่ไม่สำคัญไปท้าย body หรือใช้ async/defer
  • Inline critical CSS lazy load ส่วนที่เหลือ
  • Preload resource สำคัญ: <link rel="preload">
  • เลื่อน third-party script ให้โหลดหลังจากหน้าเว็บโหลดเสร็จ

ผลลัพธ์: สามารถปรับปรุง First Contentful Paint ได้ 1-2 วินาที

#5: ไม่มี Caching

ถ้าไม่มี caching ที่เหมาะสม browser จะโหลดทุกอย่างใหม่ทุกครั้งที่เข้า โลโก้ CSS script ของคุณ โหลดใหม่ทุกครั้ง

วิธีตรวจสอบ:

  • การเข้าครั้งที่สองช้าเท่ากับครั้งแรก
  • Response header ไม่มี cache-control

วิธีแก้:

  • ตั้งค่า cache header สำหรับ static asset (รูปภาพ CSS JS)
  • ใช้ CDN ที่มี caching ในตัว
  • เปิด browser caching ใน server config
  • ใช้ชื่อไฟล์แบบมี version สำหรับ cache busting ตอนอัปเดต

ผลลัพธ์: การเข้าครั้งต่อ ๆ ไปเร็วขึ้น 80%+

#6: WordPress/CMS หนักเกินไป

WordPress ที่มี 30 plugin, page builder และ theme ที่หนัก คือสูตรของความช้า แต่ละ plugin เพิ่ม CSS, JS และ database query

วิธีตรวจสอบ:

  • PageSpeed score ต่ำกว่า 50
  • ขนาดหน้ามากกว่า 3MB
  • คุณมี plugin ที่คุณลืมไปแล้วว่าทำไมติดตั้ง

วิธีแก้:

  • ตรวจสอบและลบ plugin ที่ไม่ใช้
  • เปลี่ยน plugin หนักเป็นทางเลือกที่เบากว่า
  • ใช้ caching plugin (WP Rocket, W3 Total Cache)
  • พิจารณาเปลี่ยนเป็น theme ที่เบากว่า
  • สำหรับความเร็วจริงจัง: ย้ายไป static site หรือ headless CMS

ผลลัพธ์: การลบ 10 plugin สามารถลดน้ำหนักหน้าได้ 50%

Checklist แก้ด่วน

  1. บีบอัดรูปภาพ (ผลกระทบสูงที่สุด แก้ง่ายที่สุด)
  2. เปิดใช้งาน CDN (Cloudflare tier ฟรีก็ใช้ได้)
  3. ลบ script ที่ไม่ใช้ (chat widget, analytics ที่ไม่ได้ดู)
  4. เปิดใช้งาน caching
  5. ย้าย JS ไปท้ายหน้า

ห้าการเปลี่ยนแปลงนี้แก้ปัญหาความเร็ว 80% ในเว็บส่วนใหญ่

ความจริง: บางเว็บไม่สามารถกอบกู้ได้โดยไม่สร้างใหม่ ถ้าคุณใช้ WordPress ที่มี 40 plugin, page builder และ theme จากปี 2018 การปรับแต่งมันมีข้อจำกัด บางครั้งการเริ่มใหม่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่คือการลงทุนที่ดีกว่า

เมื่อไหร่ควรเรียกมือโปร

การแก้ไขด้วยตัวเองใช้ได้กับปัญหาพื้นฐาน เรียกคนมาช่วยถ้า:

ต้องการความช่วยเหลือไหม?

ส่งเว็บไซต์คุณมา ผมจะทำ speed audit ฟรีและบอกว่าปัญหาคืออะไรแน่ ๆ ครับ

รับการตรวจสอบฟรี
AI_ASSISTANT
สวัสดีครับ ถามเรื่องบริการ ราคา หรือ timeline ได้เลยครับ จะตอบตรง ๆ