เว็บไซต์ของคุณช้า นี่คือสิ่งที่ผิดจริง ๆ
เว็บไซต์ที่ช้าไม่ได้แค่น่ารำคาญ มันแพง ทุก ๆ วินาทีที่ล่าช้าทำให้คุณเสียลูกค้า Google ลงโทษเว็บที่ช้าใน search ranking ผู้ใช้กดออกก่อนที่จะเห็นว่าคุณขายอะไร
แต่การบอกว่า "ให้มันเร็วขึ้น" ไม่ได้ช่วยอะไร นี่คือการวิเคราะห์ทางเทคนิคว่าอะไรทำให้คุณช้าจริง ๆ และจะแก้แต่ละปัญหายังไง
วิธีทดสอบความเร็ว
ก่อนจะแก้อะไร ต้องวัดก่อน:
- Google PageSpeed Insights (pagespeed.web.dev) - ฟรี ให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจง
- GTmetrix (gtmetrix.com) - วิเคราะห์ waterfall ละเอียดกว่า
- WebPageTest (webpagetest.org) - ทดสอบจากหลายสถานที่
ตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องดู:
- LCP (Largest Contentful Paint): เมื่อเนื้อหาหลักโหลดเสร็จ เป้าหมาย: ต่ำกว่า 2.5 วินาที
- FID (First Input Delay): ความเร็วในการตอบสนองเมื่อคลิก เป้าหมาย: ต่ำกว่า 100ms
- CLS (Cumulative Layout Shift): สิ่งต่าง ๆ เคลื่อนไหวมากแค่ไหนตอนโหลด เป้าหมาย: ต่ำกว่า 0.1
นี่คือสาเหตุอันดับ 1 ของเว็บช้า มีคนอัปโหลดรูป 5MB จากกล้องตรง ๆ แล้วหน้าเว็บโหลดรูป 4000x3000px เพื่อแสดงที่ขนาด 400x300px
วิธีตรวจสอบ:
- PageSpeed แสดง warning "Properly size images"
- รูปภาพมีขนาดมากกว่า 100KB ต่อรูป
- URL ของรูปลงท้ายด้วย .png หรือ .jpg แทน .webp
วิธีแก้:
- ปรับขนาดรูปให้เท่ากับขนาดสูงสุดที่จะแสดง
- แปลงเป็น WebP format (เล็กกว่า JPEG 30-50%)
- ใช้ responsive images (
srcset) สำหรับขนาดหน้าจอต่าง ๆ - Lazy load รูปภาพที่อยู่ใต้หน้าจอ
- ใช้ CDN ที่มีการปรับแต่งรูปอัตโนมัติ (Cloudflare, Vercel)
ผลลัพธ์: มักทำให้เร็วขึ้น 50-70%
Shared hosting ราคาถูกหมายความว่าเว็บคุณแชร์ทรัพยากรกับเว็บอื่นร้อย ๆ เว็บ เมื่อเว็บอื่นมี traffic เยอะ เว็บคุณก็ช้า
วิธีตรวจสอบ:
- Time to First Byte (TTFB) มากกว่า 500ms
- ความเร็วแปรปรวนมากในช่วงเวลาต่าง ๆ
- Server อยู่ไกลจากผู้ใช้ (server ในอเมริกาสำหรับผู้ใช้ไทย)
วิธีแก้:
- ใช้ CDN (Cloudflare ฟรีและ cache ในสิงคโปร์/กรุงเทพ)
- อัปเกรดเป็น hosting ที่ดีกว่า (DigitalOcean, Vultr หรือ managed WordPress)
- สำหรับ static site: deploy ไปที่ Vercel, Netlify หรือ Cloudflare Pages (ฟรี เร็ว)
- เลือก hosting ที่มี server ในเอเชีย
ผลลัพธ์: สามารถลด TTFB จาก 800ms เหลือ 100ms
ทุก file (CSS, JS, รูปภาพ, font) ต้องใช้ HTTP request แยกกัน ยิ่ง request เยอะ = ยิ่ง latency เยอะ บาง WordPress site ทำ 100+ request ต่อหน้า
วิธีตรวจสอบ:
- Network tab ใน browser dev tools แสดง 50+ requests
- มี CSS และ JS หลาย file โหลดแยกกัน
- มี request ไปยัง third-party domain หลาย ๆ ที่
วิธีแก้:
- รวม CSS/JS files (minify และ bundle)
- ลบ plugin และ script ที่ไม่ใช้
- Host font เอง แทนที่จะโหลดจาก Google Fonts
- ใช้ image sprite หรือ inline SVG สำหรับ icon
- ตรวจสอบ third-party script (analytics, chat widget, โฆษณา)
ผลลัพธ์: การลดจาก 80 เหลือ 20 request สามารถประหยัดเวลาได้ 2+ วินาที
CSS และ JavaScript ใน <head> ทำให้หน้าเว็บไม่สามารถ render ได้ browser รอให้พวกมันโหลดเสร็จก่อนที่จะแสดงอะไร
วิธีตรวจสอบ:
- PageSpeed แสดง "Eliminate render-blocking resources"
- หน้าจอขาวเปล่า 2+ วินาทีก่อนที่จะมีอะไรปรากฏ
วิธีแก้:
- ย้าย JS ที่ไม่สำคัญไปท้าย body หรือใช้
async/defer - Inline critical CSS lazy load ส่วนที่เหลือ
- Preload resource สำคัญ:
<link rel="preload"> - เลื่อน third-party script ให้โหลดหลังจากหน้าเว็บโหลดเสร็จ
ผลลัพธ์: สามารถปรับปรุง First Contentful Paint ได้ 1-2 วินาที
ถ้าไม่มี caching ที่เหมาะสม browser จะโหลดทุกอย่างใหม่ทุกครั้งที่เข้า โลโก้ CSS script ของคุณ โหลดใหม่ทุกครั้ง
วิธีตรวจสอบ:
- การเข้าครั้งที่สองช้าเท่ากับครั้งแรก
- Response header ไม่มี cache-control
วิธีแก้:
- ตั้งค่า cache header สำหรับ static asset (รูปภาพ CSS JS)
- ใช้ CDN ที่มี caching ในตัว
- เปิด browser caching ใน server config
- ใช้ชื่อไฟล์แบบมี version สำหรับ cache busting ตอนอัปเดต
ผลลัพธ์: การเข้าครั้งต่อ ๆ ไปเร็วขึ้น 80%+
WordPress ที่มี 30 plugin, page builder และ theme ที่หนัก คือสูตรของความช้า แต่ละ plugin เพิ่ม CSS, JS และ database query
วิธีตรวจสอบ:
- PageSpeed score ต่ำกว่า 50
- ขนาดหน้ามากกว่า 3MB
- คุณมี plugin ที่คุณลืมไปแล้วว่าทำไมติดตั้ง
วิธีแก้:
- ตรวจสอบและลบ plugin ที่ไม่ใช้
- เปลี่ยน plugin หนักเป็นทางเลือกที่เบากว่า
- ใช้ caching plugin (WP Rocket, W3 Total Cache)
- พิจารณาเปลี่ยนเป็น theme ที่เบากว่า
- สำหรับความเร็วจริงจัง: ย้ายไป static site หรือ headless CMS
ผลลัพธ์: การลบ 10 plugin สามารถลดน้ำหนักหน้าได้ 50%
Checklist แก้ด่วน
- บีบอัดรูปภาพ (ผลกระทบสูงที่สุด แก้ง่ายที่สุด)
- เปิดใช้งาน CDN (Cloudflare tier ฟรีก็ใช้ได้)
- ลบ script ที่ไม่ใช้ (chat widget, analytics ที่ไม่ได้ดู)
- เปิดใช้งาน caching
- ย้าย JS ไปท้ายหน้า
ห้าการเปลี่ยนแปลงนี้แก้ปัญหาความเร็ว 80% ในเว็บส่วนใหญ่
เมื่อไหร่ควรเรียกมือโปร
การแก้ไขด้วยตัวเองใช้ได้กับปัญหาพื้นฐาน เรียกคนมาช่วยถ้า:
- PageSpeed score ต่ำกว่า 30 หลังจากปรับแต่งพื้นฐาน
- คุณไม่มี server access เพื่อเปลี่ยน caching/hosting
- เว็บสร้างจาก code เก่าที่ซับซ้อน
- ปัญหาความเร็วทำให้คุณเสียรายได้ที่วัดได้
ต้องการความช่วยเหลือไหม?
ส่งเว็บไซต์คุณมา ผมจะทำ speed audit ฟรีและบอกว่าปัญหาคืออะไรแน่ ๆ ครับ
รับการตรวจสอบฟรี